The Food School Bangkok

Early Bird Promotion -– Book 30 days in advance with code TFSEARLYBIRD. Credit card holders get 10% off with codes AMEXTFS10 (Amex), KTCTFS10 (KTC), KRGTFS10 (Krungsri). Valid for all short courses until December 2025. ALL Short Courses
MENU

7 เทรนด์อาหารในปี 2026 จาก MICHELIN Guide

7 เทรนด์อาหารในปี 2026 จาก MICHELIN Guide

หากคุณได้มีโอกาสไปรับประทานอาหารนอกบ้านในช่วงนี้ คุณอาจสัมผัสได้ว่าโลกอาหารไม่มี “เทรนด์ใหญ่” ที่ชี้นำทุกอย่างอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นการเติบโตของวัตถุดิบเฉพาะกลุ่มที่ก้าวขึ้นมาเป็นพระเอก เช่น เห็ด ที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องเคียงแต่เป็นตัวละครหลัก, ชา ที่ถูกนำมาใช้ปรุงอาหารมากกว่าแค่ชงดื่ม หรือแม้แต่ คาร์เวียร์ ที่ข้ามสายพันธุ์ไปอยู่ในอาหารแทบทุกสัญชาติ 

1. ถ่าน ควัน และเปลวไฟ คือมาตรฐานใหม่ 

เชฟในปัจจุบันไม่ได้ยึดติดกับอาหารสไตล์เดียว แต่หันมาใช้ “ไฟ” เป็นเครื่องมือหลักในการดึงรสชาติที่แท้จริงออกมา พร้อมสร้างอรรถรสในการรับชม 

  • เทคนิค: การทำอาหารเหนือถ่านไม้, ฟืน, หินร้อน หรือ ถ่านบินโจตัน (Binchotan) จากญี่ปุ่น 
  • ตัวอย่าง: ในสวีเดนมีการทำอาหารแบบ Slow-cook เหนือไฟท่ามกลางธรรมชาติ ส่วนในจีน เชฟใช้การย่างกุ้งด้วยถ่านไม้แล้วทาด้วยซีอิ๊วหมักเพื่อให้รสชาติชัดเจนที่สุด 

2. รากเหง้าดั้งเดิมในรูปลักษณ์ร่วมสมัย

ในยุโรปตะวันออกอย่างฮังการีหรือโปแลนด์ เชฟเริ่มนำเมนูคุ้นเคยมาตีความใหม่ให้เบาลงและรสชาติชัดขึ้น 

  • การปรับตัว: เมนูพื้นบ้านอย่าง “มีทโลฟ” ถูกนำมาจัดจานให้หรูหราขึ้น หรือการจับคู่ปลาเฮร์ริงกับมันฝรั่งที่ดูประณีตกว่าเดิม 
  • เอเชีย: เชฟรุ่นใหม่ในเวียดนาม มาเลเซีย และจีน (ยูนนาน, เสฉวน) ใช้เทคนิคสมัยใหม่มาเล่าเรื่องราวทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของตนเองผ่านวัตถุดิบจากป่า เช่น เห็ดป่าชนิดต่างๆ 

3. ความขม” และ “ความลุ่มลึก” 

เชฟทั่วโลกเริ่มให้ความสำคัญกับรสขมและ รสอูมามิ (Umami) มากขึ้น เพื่อสร้างมิติของรสชาติที่ลึกกว่าเดิม 

  • วัตถุดิบ: ผักกาดชิโครี (Endive) และราดิคคิโอ (Radicchio) กลายเป็นดาวเด่น 
  • เทคนิค: การใช้สาหร่าย การหมักบ่ม และน้ำสต็อกเข้มข้นช่วยเพิ่มโครงสร้างของรสชาติโดยไม่ทำให้รู้สึกหนัก 
  • ในไทย: ร้าน บ้านเทพา (Baan Tepa) ในกรุงเทพฯ มีการใช้ของหมักที่ทำขึ้นเองล่วงหน้าหลายสัปดาห์ในเกือบทุกเมนู 

4. เวลา” คือวัตถุดิบสำคัญ 

รสชาติที่ยอดเยี่ยมไม่ได้มาจากการเติมเครื่องปรุงเยอะๆ แต่มาจากการให้ “เวลา” ทำหน้าที่ของมัน 

  • กรรมวิธี: การหมักด้วย โคจิ (Koji), การหมักแบบแลคโต (Lacto-fermentation) เพื่อถนอมอาหารในช่วงฤดูหนาว 
  • การบ่มปลา: เช่นที่ร้าน La Marine ในฝรั่งเศส มีห้องเย็นสำหรับบ่มปลาโดยเฉพาะ เพื่อให้รสชาติมีความซับซ้อนมากขึ้นและช่วยลดขยะอาหาร (Zero Waste) 
  • ตัวอย่าง: ร้าน Sushi Anaba ในเดนมาร์ก ใช้หอยที่ต้องใช้เวลาเติบโตนานหลายสิบปีเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ 

5. ความโหยหาอาหารฝรั่งเศสแบบคลาสสิก(Modern French Bistro) 

นอกจากอาหารระดับ Fine Dining แล้ว ความนิยมในอาหารฝรั่งเศสสไตล์บิสโทรที่เรียบง่ายแต่จริงใจกำลังกลับมา 

  • เมนูยอดฮิต: ไข่ต้มซอสมายองเนส (Oeufs Mayo) หรือขนมหวานอย่าง Ile Flottante 
  • ปรากฏการณ์: เชฟมิชลินสตาร์หลายคนเริ่มเปิดร้านที่สองที่เข้าถึงง่ายขึ้น (Bistrot) แม้แต่ในฮ่องกงหรือกัวลาลัมเปอร์ก็เริ่มเห็นร้านสไตล์ปารีเซียงดั้งเดิมที่ตกแต่งด้วยเก้าอี้กำมะหยี่สีแดงและรูปภาพวินเทจมากขึ้น 
food trend 2026
food trend 2026

6. วัฒนธรรมการบริการที่สะท้อนตัวตน 

การบริการในร้านอาหารกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงตัวตน 

  • การกลับมาของรถเข็น (Trolley Service): เช่นในหางโจวและปีนัง มีการนำรถเข็นมาบริการถึงโต๊ะเพื่อให้ลูกค้ามีส่วนร่วมและตื่นตาตื่นใจ 
  • การบริการหน้าเคาน์เตอร์ (Counter Service): เทรนด์นี้เติบโตมากในแถบสแกนดิเนเวียและควิเบก ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง พนักงานอาจมีรอยสักหรือเจาะร่างกาย แต่ยังคงความเป็นมืออาชีพและพร้อมแสดงออกถึงบุคลิกส่วนตัวอย่างเต็มที่ 

7. จุดหมายปลายทางใหม่ที่น่าจับตา

จุดหมายปลายทางดั้งเดิมอย่างฝรั่งเศสและญี่ปุ่นยังคงแข็งแกร่ง แต่สายตาของเชฟทั่วโลกกำลังจับจ้องไปที่ “ฮับ” ใหม่ๆ 

  • กรุงเทพฯ, ประเทศไทย: กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดเชฟระดับโลกให้มาตั้งรกรากและสร้างสรรค์ผลงานที่ยั่งยืน เห็นได้จากการเปิดตัวของร้านอาหารคุณภาพสูงจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา 
  • จีน: การขยายตัวของร้านอาหารระดับคุณภาพในหัวเมืองต่างๆ เติบโตอย่างรวดเร็วจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น 

สร้างตัวตนระดับมืออาชีพ พัฒนาทักษะการทำอาหารและการบริการที่สะท้อนตัวตน เพื่อก้าวสู่การเป็นเชฟยุคใหม่ที่พร้อมจะสร้างความประหลาดใจให้วงการอาหารโลก ปลดล็อกศักยภาพที่ The Food School 

Resourses : michelin

Related News

Recently News