- 15 เมษายน 2026
Antonio Bachour เส้นทางจากร้านเบเกอรี่เล็กๆ สู่เชฟขนมหวานระดับโลก
Antonio Bachour เกิดปี 1975 ณ เมืองริโอกรันเด (Río Grande) เปอร์โตริโก คือหนึ่งในเชฟขนมหวานที่มีอิทธิพลและเปี่ยมด้วยนวัตกรรมที่สุดในวงการอาหารระดับสากล เขาเป็นทั้งผู้ประกอบการ เชฟผู้หลงใหลในเทคนิคแบบล้ำสมัย (Avant–garde) และเจ้าของผลงานการจัดจานที่สมบูรณ์แบบ จนได้รับการยอมรับในฐานะ “วิสัยทัศน์แห่งขนมหวานร่วมสมัย”
จุดเริ่มต้นและประสบการณ์ในวัยเยาว์
ครอบครัวของเขาเป็นเจ้าของร้านขนมแบบดั้งเดิมที่ขาย pan sobao (ขนมปังท้องถิ่น), ฟลาน (Flan) และเค้กสไตล์สเปนที่ตกแต่งด้วยเมอแรงค์สีฉูดฉาดและสอดไส้ครีม เมื่ออายุ 17 ปี เขาได้รับมอบหมายให้ดูแลร้านของตัวเอง แต่ Bachour กลับทำสิ่งตรงกันข้ามกับแนวคิด ขนบธรรมเนียมเดิม เพราะเขาถูกมองว่าขนมของชายหนุ่มคนนี้ “ล้ำสมัย” เกินไป
แทนที่จะใช้แยมสำเร็จรูป เขากลับตกแต่งชีสเค้กด้วยผลไม้สดและสมุนไพร ลดขนาดของหวานลงเป็นชิ้นเล็กๆ พอดีคำ เขาเริ่มทดลองใช้กานาช (Ganache) และเคลือบเค้กด้วยช็อกโกแลตละลายตามแบบฉบับชาวฝรั่งเศส “แม้ตอนผมยังเด็ก พอผมเห็นอะไรบางอย่าง ผมจะคิดทันทีว่าผมจะทำให้มันแตกต่างออกไปได้อย่างไร” เขากล่าว
ความไม่หยุดนิ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในชีวิตของ Bachour หลังย้ายไปยุโรปและศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย Johnson & Wales และสถาบัน L’Ecole Valrhona ในฝรั่งเศส เขาได้สะสมประสบการณ์การทำงานในโรงแรมหรูหลายแห่งในเปอร์โตริโก เช่น Sand Hotel and Casino และ Westin Rio Mar ก่อนจะตัดสินใจย้ายมาสร้างชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกา
Bachour ย้ายไปทำงานที่ Talula (ซึ่งปัจจุบันปิดตัวลงแล้ว) ร้านอาหารในไมอามี่บีชของ Andrea Curto–Randazzo ผู้เข้าแข่งขันรายการ Top Chef หลังจากนั้นเขาก็ทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับ W South Beach และ Trump SoHo ในนิวยอร์ก เขาต้องดูแลพนักงานกว่า 60 คน นอนโรงแรมเปลี่ยนที่ทุกสัปดาห์ และเดินทางมากกว่า 120,000 ไมล์ต่อปี “มันเครียดเกินไป ผมร่วงหมดหัวเลย!” เชฟพูดพลางตบศีรษะที่ล้านเลี่ยนของเขา
การก้าวสู่ระดับอาชีพในไมอามีและนิวยอร์ก
ในปี 2001 Antonio ย้ายมายังไมอามีบีชและรับตำแหน่ง Executive Pastry Chef ที่ร้าน Talula จากนั้นเขาได้ร่วมงานกับร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดังอย่าง DeVito South Beach และ Scarpetta (โดยเชฟ Scott Conant) ซึ่งได้รับคำชมระดับ 3 ดาวจาก The New York Times ทั้งในสาขานิวยอร์กและไมอามี
อุดมการณ์เหนือผลกำไร สู่การสร้างนิยามใหม่ให้วงการขนมหวาน
Antonio Bachour เคยเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเมื่อเขาตัดสินใจหันหลังให้กับร้านชื่อตัวเองในไมอามี แม้จะประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย ทำรายได้กว่า 68,000 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ แต่เนื่องจากหุ้นส่วนต้องการลดต้นทุนวัตถุดิบ ซึ่งขัดกับหลักการของเชฟที่เชื่อว่า “80% ของความสำเร็จคือวัตถุดิบชั้นเลิศ” เขาจึงยอมถอนตัวเพื่อรักษาเกียรติแห่งชื่อตัวเองไว้
หลังแยกตัว Bachour เดินทางไปสอนและเป็นที่ปรึกษาทั่วโลก รวมถึงดูแลโปรเจกต์ยักษ์ที่โรงแรม Moon Palace ในเม็กซิโก ซึ่งเขาจัดเต็มด้วยการใช้ช็อกโกแลตคุณภาพสูงปีละกว่า 100 ตัน ปัจจุบันความฝันของเขาฟื้นคืนชีพอีกครั้งด้วยการเปิดร้านใหม่ใน Coral Gables โดยร่วมทุนกับพี่ชายเพื่อคุมวิสัยทัศน์ให้ตรงกัน ร้านใหม่นี้ไม่ได้เป็นเพียงเบเกอรี่ แต่ยังเป็นพื้นที่เวิร์กช็อปให้ผู้คนได้เห็นกระบวนการรังสรรค์ขนมที่มี “Wow Factor” อย่างใกล้ชิด
เส้นทางอาชีพของ Antonio Bachour
- 2009 ร่วมทีมเปิดโรงแรม W South Beach และดูแลการทำขนมที่โรงแรม Trump Soho นิวยอร์ก
- 2011 – 2016 ดำรงตำแหน่ง Corporate Pastry Chef ให้กับโรงแรม St. Regis โดยได้ทำงานร่วมกับเชฟระดับตำนานอย่าง Jean–Georges Vongerichten
ความสำเร็จและรางวัลการันตีระดับโลก
- 2011 & 2012 ติดอันดับ Top 10 Pastry Chefs ในอเมริกา และได้รับรางวัล Zest Award สาขาผู้สร้างนวัตกรรมการอบขนม
- 2018 คว้าตำแหน่ง World’s Best Pastry Chef จากงาน ‘The Best Chef Awards‘ ณ เมืองมิลาน
- 2019 ได้รับเลือกเป็น Best Pastry Chef โดยนิตยสาร Esquire
- 2022 คว้ารางวัล World’s Best Pastry Chef อีกครั้งจาก ‘The Best Chef Awards‘
- 2024 ได้รับรางวัล Pastry Innovation Award จาก La Liste
ผลงานตีพิมพ์และบทบาททูตทางวัฒนธรรมอาหาร
Antonio Bachour ไม่ได้เพียงแค่รังสรรค์ขนมหวาน แต่เขายังแบ่งปันความรู้ผ่านหนังสือถึง 7 เล่ม ได้แก่ Bachour, Bachour Simply Beautiful, Bachour Chocolate, Bachour The Baker, Bachour in Color, Bachour Gastro และ Bachour Buffets เขายังเดินทางไปทั่วโลกในฐานะวิทยากรและที่ปรึกษาด้านการทำขนม ตั้งแต่ดูไบไปจนถึงนิวยอร์ก รวมถึงร่วมงานกับเชฟชื่อดังระดับโลกอย่าง Massimo Bottura และ Mauro Colagreco ผลงานของเขาได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสารชั้นนำ อาทิ So Good Magazine, Dulcypas, Gourmet และ Pastry Art & Design
ธุรกิจในปัจจุบัน อาณาจักร Bachour
ปัจจุบัน เชฟ Antonio เป็นเจ้าของและผู้บริหารร้านเบเกอรี่และร้านอาหารหลายแห่งในไมอามีและเม็กซิโก รวมถึงร้านที่เป็นที่รู้จักกันดีอย่าง Bachour Miami โปรเจกต์ล่าสุดของเขาคือ Tablé ร้านอาหารสไตล์บราสเซอรีฝรั่งเศสใน Design District ของไมอามี ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตและการปรับแต่งเทคนิคที่ซับซ้อนขึ้น โดยยังคงยึดหลักการณ์บางอย่างที่ดั้งเดิมคือ “การใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง ผสมผสานสุนทรียภาพและรสชาติเข้าด้วยกันอย่างล้ำสมัย” เช่น เมนูซิกเนเจอร์อย่าง ครัวซองต์ฝรั่งกับชีส และ เค้กโหระพามะนาว ที่สร้างความประทับใจให้แก่เหล่านักชิมทั่วโลก
โอกาสครั้งสำคัญในประเทศไทย! ถือเป็นข่าวดีที่สุดสำหรับเชฟและคนรักขนมหวานชาวไทย เพราะในขณะนี้ Antonio Bachour ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยแล้ว โดยเขาเลือก The Food School เป็นสถานที่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น ที่เขาจะมาร่วมรังสรรค์การสาธิต (Demo) และจัดเวิร์กชอปสุดเอกซ์คลูซีฟร่วมกับเรา เพื่อถ่ายทอดทักษะระดับโลกให้แก่ผู้ที่หลงใหลในศิลปะแห่งขนมหวานอย่างใกล้ชิด
คลาส DEMO – MODERN viennoiserie techniques with Chef Antonio Bachour
คลาสลงมือทำ – MASTERCLASS WITH CHEF ANTONIO BACHOUR – EXCLUSIVE HANDS-ON EXPERIENCE
Resourses antoniobachour, scoolinary, miaminewtimes, pastryartsmag, reportergourmet