- 6 กุมภาพันธ์ 2026
เนื้อวัว 101 ตั้งแต่ สเต็ก ยากินิคุ ไปจนถึงชาบู
เนื้อวัว คือเนื้อของสัตว์เคี้ยวเอื้องที่จัดอยู่ในกลุ่ม “เนื้อแดง” เนื่องจากมีปริมาณธาตุเหล็กสูงกว่าเนื้อไก่หรือปลา เนื้อวัวเป็นอาหารยอดนิยมที่นำมาปรุงได้หลากหลาย ตั้งแต่สเต็ก ยากินิคุ ไปจนถึงชาบู รวมถึงการนำเนื้อไปบดสำหรับทำเป็นเบอร์เกอร์ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปอย่างไส้กรอกและเนื้อแดดเดียว
1. ข้อมูลโภชนาการ
โดยพื้นฐานแล้ว เนื้อวัวประกอบด้วยโปรตีนและไขมันเป็นหลัก หากทานเนื้อวัวบด (ไขมัน 10%) ปริมาณ 100 กรัม จะได้รับสารอาหารดังนี้
- พลังงาน: 217 แคลอรี | น้ำ: 61%
- โปรตีน: 26.1 กรัม | ไขมัน: 11.8 กรัม
- คาร์โบไฮเดรต/น้ำตาล/ใยอาหาร: 0 กรัม
เจาะลึกโปรตีนและไขมัน
- โปรตีนคุณภาพสูง เนื้อวัวมีโปรตีนประมาณ 22-26% ซึ่งประกอบด้วย กรดอะมิโนจำเป็นครบทั้ง 9 ชนิด ที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ จำเป็นต่อการเติบโตและซ่อมแซมร่างกาย
- ไขมันวัว ปริมาณไขมันขึ้นอยู่กับส่วนของเนื้อและอาหารที่วัวกิน โดยมีทั้งไขมันอิ่มตัวและไม่อิ่มตัวในสัดส่วนที่พอ ๆ กัน ไขมันทรานส์ธรรมชาติ ต่างจากไขมันทรานส์ในขนมที่อันตราย ไขมันทรานส์ในวัว อย่าง CLA (Conjugated Linoleic Acid) คือกรดไขมันจำเป็นกลุ่มโอเมก้า-6 ที่ช่วยเผาผลาญไขมันและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
- วิตามินและแร่ธาตุ เนื้อวัวเป็นแหล่งรวมไมโครนิวเทรียนต์ที่สำคัญ เช่น วิตามิน B12, B6, สังกะสี, ซีลีเนียม, ธาตุเหล็ก, ไนอะซิน และฟอสฟอรัส นอกจากนี้ยังมีสารสำคัญอื่น ๆ เช่น Creatine (ให้พลังงานกล้ามเนื้อ), Taurine และสารต้านอนุมูลอิสระอย่าง Glutathione
2. เปรียบเทียบสารอาหารในเนื้อวัวแต่ละประเภท (ต่อ 100 กรัม)
ประเภทเนื้อ | แคลอรี | โปรตีน (ก.) | ไขมัน (ก.) | โซเดียม (มก.) |
เนื้อบด (ปรุงสุก) | 217 | 26.1 | 11.8 | 68 |
เนื้อแดดเดียว/เนื้อแห้ง | 410 | 33.2 | 25.6 | 1,780 |
เนื้ออบ (Roast) | 206 | 29.08 | 9.72 | 372 |
ไส้กรอกเนื้อ | 332 | 18.2 | 28 | 813 |
ลิ้นวัว | 284 | 19.3 | 22.3 | 65 |
มันวัว (Tallow) | 902 | 0 | 100 | 0 |
3. ประโยชน์หลักจากการทานเนื้อวัว
- รักษาและสร้างมวลกล้ามเนื้อ มีสาร “ลูซีน” ช่วยซ่อมแซมและสร้างกล้ามเนื้อ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุเพื่อป้องกันภาวะกล้ามเนื้อฝ่อ
- เพิ่มความทนทานในการออกกำลังกาย มีสาร “เบต้า-อะลานีน“ ที่ช่วยสร้างคาร์โนซีนในกล้ามเนื้อ ช่วยลดความเหนื่อยล้าและทำให้ผู้ออกกำลังกายสาย Strength ทำงานได้นานขึ้น
- ป้องกันโรคโลหิตจาง เนื้อวัวมี “ฮีม” ที่ร่างกายดูดซึมได้ดีกว่าเหล็กจากพืชหลายเท่า และยังมี “Meat Factor” ที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากผักในมื้อนั้น ๆ ได้ดีขึ้นด้วย
Tips
ฮีม (Heme หรือ Haem) เป็นสารประกอบชนิดหนึ่งที่ประกอบด้วยธาตุเหล็กและโปรตีน ฮีมเป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ซึ่งนอกจากในเม็ดเลือดแดงแล้ว ยังพบสารฮีมได้ในเนื้อ เยื่อบางชนิดของร่างกาย แต่พบได้ในปริมาณน้อยกว่าในเม็ดเลือดแดงมาก เช่น ใน กล้ามเนื้อ
4. ข้อควรระวังและความเสี่ยงทางสุขภาพ
โรคหัวใจและมะเร็ง
- โรคหัวใจ งานวิจัยเชิงสังเกตพบความเชื่อมโยงระหว่างการกินเนื้อแดงปริมาณมากกับโรคหัวใจ แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นสาเหตุโดยตรง เพราะอาจเกิดจากพฤติกรรมอื่น เช่น การสูบบุหรี่หรือไม่ออกกำลังกาย อย่างไรก็ตาม แพทย์แนะนำให้จำกัดไขมันอิ่มตัวไม่เกิน 10% ของพลังงานต่อวัน
- โรคมะเร็งลำไส้ การปรุงเนื้อด้วย ความร้อนสูงจัด (ย่างไหม้/ทอด) จะเกิดสารก่อมะเร็งที่เรียกว่า HCAs แนะนำให้ใช้วิธี นึ่ง ต้ม หรือตุ๋น แทนจะปลอดภัยกว่า
ข้อเสียอื่น ๆ
- พยาธิตัวตืด การกินเนื้อดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ เสี่ยงต่อการติดเชื้อพยาธิตัวตืดวัว
- ภาวะเหล็กเกิน ผู้ที่มีโรคทางพันธุกรรม (Hemochromatosis) ควรจำกัดการทานเนื้อวัว เพราะการมีธาตุเหล็กในร่างกายมากเกินไปอาจทำลายตับและหัวใจได้
5. วัวกินหญ้า vs วัวกินธัญพืช
- วัวเลี้ยงด้วยหญ้า (Grass–fed) มักมีราคาแพงกว่า แต่ได้สารต้านอนุมูลอิสระ โอเมก้า-3 วิตามินอี และแร่ธาตุสูงกว่า แถมยังมีไขมันอิ่มตัวน้อยกว่า
- วัวเลี้ยงด้วยธัญพืช (Grain–fed) เป็นมาตรฐานการผลิตส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ซึ่งให้รสชาติที่คุ้นเคยแต่อาจมีสารอาหารบางชนิดน้อยกว่าแบบเลี้ยงด้วยหญ้า
เนื้อวัวเป็นแหล่งโปรตีนและวิตามินชั้นเลิศ ที่ช่วยเรื่องกล้ามเนื้อและเลือด แต่ความลับของสุขภาพดีคือ การทานในปริมาณที่พอเหมาะและเลือกวิธีการปรุงที่ไม่ใช้ความร้อนสูงเกินไป จะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดโดยไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรค
เนื้อวัวแต่ละส่วนที่ใช้ทำสเต็ก
พาไปทำความรู้จักความแตกต่างระหว่างเนื้อส่วนโปรดของคุณ รวมถึงส่วนที่หลายคนอาจไม่ค่อยรู้จัก ตั้งแต่เนื้อที่นุ่มละมุนอย่าง Filet Mignon และ Ribeye ไปจนถึงส่วนที่เคี้ยวสนุกอย่าง Flank และ Hanger Steak
ทำความเข้าใจ “กล้ามเนื้อ”
- ส่วนที่ไม่ค่อยใช้งาน (ส่วนกลางลำตัว) เช่น ส่วนหลังและสันเอว จะมีความนุ่มมากและมีไขมันแทรก ดีเยี่ยม เหมาะกับการปรุงแบบ “เร็วและแรง” เช่น การย่างบนเตาถ่านหรือกระทะเหล็กหล่อ
- ส่วนที่ใช้งานหนัก เช่น ส่วนหัวไหล่ ขา และท้อง จะมีความเหนียวกว่าเนื่องจากเป็นกล้ามเนื้อที่ใช้งานบ่อย แต่จะมีรสชาติเนื้อที่เข้มข้นมาก เนื้อกลุ่มนี้ต้องการการหมัก หรือการปรุงที่ใช้ความร้อนอย่างเหมาะสมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม
เนื้อสเต็กส่วนต่างๆ 21 ส่วน
- สันใน หรือฟิเลมิยอง เป็นเนื้อส่วนที่แทบไม่ได้ใช้งานเลย จึงนุ่มขนาดที่ใช้ส้อมตัดได้ แต่เนื่องจากไม่มีไขมันแทรกและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ทำให้สุกง่ายเกินไปและรสชาติไม่เข้มข้นเท่าส่วนอื่น
- ริบอาย เนื้อส่วนกลางซี่โครงที่มีไขมันแทรกสวยงามที่สุด ให้รสชาติชุ่มฉ่ำและเข้มข้นกว่าสันใน
- โทมาฮอว์ก หรีอสเต็กคาวบอย คือ ริบอาย แบบติดกระดูก โดยคาวบอยจะมีกระดูกสั้นกว่า ส่วน Tomahawk จะมีกระดูกยาวดูหรูหรา
- สันเอว เนื้อสันเอวที่มีไขมันแทรกกำลังดีและรสชาติเนื้อชัดเจนมาก เป็นส่วนที่อยู่กึ่งกลางระหว่างความนุ่มและความเคี้ยวสนุก
- ทีโบน เป็นส่วนที่รวมเอาสันในและสันนอก มาไว้ในชิ้นเดียวโดยมีกระดูกรูปตัว T กั้นกลาง เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ทั้งความนุ่มและรสชาติในมื้อเดียว
- Porterhouse คล้าย T-bone แต่เป็นส่วนที่ตัดมาจากด้านหลังซึ่งมีส่วน สันในที่ใหญ่และหนากว่า โดยปกติจะต้องหนาอย่างน้อย 1.25 นิ้วขึ้นไป
- สันในติดกระดูก หาทานได้ยาก แต่มอบสัมผัสที่นุ่มละมุนแบบสันใน พร้อมรสชาติที่ลุ่มลึกขึ้นจากการมีกระดูกติดอยู่
- สันนอกส่วนบน เนื้อไม่ติดมัน ที่มีรสชาติเนื้อเข้มข้นมาก ราคาประหยัดกว่าริบอายแต่ยังมีความนุ่มใกล้เคียงกับเนื้อสันเอว
- เนื้อส่วนสามเหลี่ยม เนื้อส่วนล่างของ Sirloin ที่มีรูปร่างเป็นสามเหลี่ยม รสชาติเข้มข้นและโดดเด่นมากเมื่อนำไปย่างทำแซนด์วิชหรือทาโก้
- พิคานย่า ส่วนยอดนิยมในร้านสเต็กบราซิล เป็นส่วนที่มี “คัพไขมัน” อยู่ด้านบน ให้รสชาติที่ละมุนลิ้นและกลิ่นหอมของไขมันวัว
- เนื้อส่วนใบพาย ตัดมาจากส่วนหัวไหล่ เป็นเนื้อส่วนที่นุ่มเป็นอันดับต้น ๆ ของวัวหากช่างแล่เอาพังผืดตรงกลางออกไป รสชาติดีและราคาเข้าถึงง่าย
- เดนเวอร์ หรือเนื้อที่อยู่ใต้กระดูกสะบักที่ไหล่ ที่อยู่ล่างกระดูกสะบักซึ่งไม่ค่อยได้ใช้งาน ทำให้มีไขมันแทรกสวยงามเหมือนเนื้อราคาแพงแต่ราคาถูกกว่ามาก
- เนื้อหัวไหล่ มีรสชาติเนื้อชัดเจนที่สุด แต่มีความเหนียวสูงเนื่องจากมีพังผืดเยอะ
- เนื้อใบบัว หรือ เนื้อพื้นท้อง แผ่นเนื้อยาวแบน มีลายกล้ามเนื้อชัดเจน
- เนื้อยอดอก หรือ กระบังลม รสชาติเนื้อเข้มข้นที่สุดส่วนหนึ่ง นิยมใช้ทำ fajitas หรือทาโก้ มีความเหนียวเล็กน้อยแต่เคี้ยวสนุก
- ปลายพื้นท้องวัว หรือ Bavette คล้ายกับ Flank และ Skirt มีลักษณะเนื้อเป็นร่องชัดเจนและราคาไม่แพง
- เนื้อส่วนขั้วตับ เนื้อที่แขวนอยู่ใกล้กระบังลม มีสีเข้มและรสชาติเนื้อรุนแรง เป็นที่นิยมมากในฝรั่งเศส (Onglet)
- เนื้อสะโพกส่วนพับใน เป็นเนื้อสะโพกที่มีไขมันน้อยมาก มักถูกนำมาใช้ทำเนื้อแดดเดียว (Jerky) หรือเนื้ออบแบบแล่บาง
- เนื้อสะโพก มีความลีน (ไขมันน้อย) และรสชาติเข้มข้นคล้ายริบอายแต่มีความเหนียวกว่า
- Cube Steak เนื้อส่วนสะโพกที่ถูกนำไปเข้าเครื่องทุบจนเป็นรอยบุ๋มทั่วชิ้นเพื่อให้นุ่มขึ้น นิยมนำไปชุบแป้งทอดทำ Chicken–Fried Steak
- Salisbury Steak ความจริงแล้วคือเนื้อบดปั้นก้อนที่ปรุงรสให้เหมือนสเต็ก มักเสิร์ฟคู่กับซอสเกรวี่ เป็นทางเลือกสำหรับคนงบน้อยแต่หัวใจรักสเต็ก
สเต็ก 101
ส่วนไหนนุ่มที่สุด?
- Filet Mignon นุ่มที่สุด แต่ส่วนอื่นอย่าง Ribeye, Denver และ Flat Iron ก็นุ่มมากเช่นกัน
เนื้อสเต็กส่วนไหนไขมันน้อยที่สุด?
- Round Steak หรือเนื้อสะโพก ไขมันน้อยที่สุด แต่ถ้าอยากได้ทั้งความนุ่มและไขมันน้อย Filet Mignon และ Top Sirloin คือคำตอบ
การหั่นขวางลายเนื้อ (Against the Grain) คืออะไร?
- ให้ดูทิศทางของเส้นใยกล้ามเนื้อ แล้ววางมีดให้ตั้งฉากเป็นรูปตัว “T” กับเส้นใยนั้น การหั่นแบบนี้จะทำให้เส้นใยสั้นลงและเคี้ยวง่ายขึ้นมาก
การทำสเต็กต้องใช้ความร้อนแค่ไหน?
- มาตรฐานที่แนะนำสำหรับสเต็กส่วนใหญ่คือ Medium-Rare (ประมาณ 57°C หรือ 135°F) เพื่อให้ได้เนื้อที่นุ่มและชุ่มฉ่ำที่สุด
ยากินิคุ 101
- เนื้อส่วนไหล่และคอ (Kata & Chuck) เป็นส่วนที่มีกล้ามเนื้อทำงานมาก โดยจะย่างแบบ rare ไปจนถึง medium rare มีรสชาติเนื้อเข้มข้น และมีส่วนที่หายากแทรกอยู่ อย่างสันคอ รองสันคอ ใบพาย ใบพายส่วนบน หัวไหล่ น่องหน้า พื้นท้องส่วนหน้า เนื้อเสือร้องไห้
- เนื้อส่วนซี่โครงกลางและสันหลัง (Rib Rosu & Loin) เนื้อคุณภาพเยี่ยมที่เป็นตัวเอกของร้านยากินิกุและสเต็ก อย่าง ส่วนฝาครอบริบอาย แกนกลางริบอาย รอบริบอาย สันนอก
- เนื้อส่วนพื้นท้อง (Tomo Bara) หรือ Karubi โดยนิยมกินแบบ Rare – Medium อย่าง ใบบัว ชายโครง ร่องซี่โครง พื้นท้องส่วนนอก กระบังลมส่วนใน
- เนื้อส่วนสันใน (Hire) เนื้อส่วนที่นุ่มที่สุดและแพงที่สุดของวัว อย่างส่วนของสันใน และชาโตบริยอง
- เนื้อส่วนสะโพกและขาหลัง (Ran Ichi, Mommo & Shintama) ซึ่งเป็นส่วนที่ลีนที่สุด เนื้อแดงที่มีไขมันน้อยแต่รสชาติเนื้อชัดเจน อย่าง สะโพกบนและส่วนกลาง รองสะโพก น่องสะโพกและสะโพกนอก น่องลาย ลูกมะพร้าว
ชาบู 101
คำว่า “ชาบูชาบู” เป็นคำเลียนเสียงธรรมชาติในภาษาญี่ปุ่นที่สื่อถึงเสียงตอนเรานำแผ่นเนื้อลงไป “แกว่งไกว” ในน้ำซุปนั่นเอง วัตถุดิบทั้งหมดจะถูกเสิร์ฟแบบสด (ดิบ) เพื่อให้ผู้รับประทานได้ปรุงเองสดๆ ที่โต๊ะ ทำให้เป็นมื้ออาหารที่มีปฏิสัมพันธ์และสนุกสนาน คล้ายกับการกินฟองดูว์ในเวอร์ชันของคาว เนื้อชาบูต้องสไลซ์บางมาก ส่วนของวัวที่เลือกมาจึงสำคัญต่อรสสัมผัส
- Rib (ซี่โครง) นุ่มและมันแทรกเยอะ
- Chuck (หัวไหล่/สันคอ) รสชาติเนื้อเข้มข้น
- Topside (สะโพก) เนื้อแดงเน้นๆ สำหรับคนชอบแบบลีน
- Striploin (สันนอก) ความนุ่มและไขมันสมดุลกันดี
- Brisket (เสือร้องไห้) มีความเคี้ยวสนุกและหอมมัน
ต่อยอดความหลงใหลสู่ทักษะระดับมืออาชีพ
การรู้จักชื่อส่วนเนื้ออาจทำให้คุณสั่งอาหารได้เก่งขึ้น แต่การได้ลงมือ “แล่” และ “จัดการ” เนื้อแต่ละส่วนด้วยตัวเองจะเปลี่ยนมุมมองที่คุณมีต่อวัตถุดิบชิ้นนี้ไปตลอดกาล
หากคุณต้องการเจาะลึกทักษะการเป็น Butcher ตั้งแต่การคัดเลือกเนื้อ การแยกส่วน (Fabrication) ไปจนถึงเทคนิคการตัดแต่งเพื่อเพิ่มมูลค่าและการปรุงที่ดึงรสชาติออกมาได้สูงสุด The Food School Bangkok พร้อมเปิดประตูให้คุณมาเรียนรู้ในคอร์ส Butchery ที่ออกแบบมาเพื่อคนรักเนื้อและเชฟมืออาชีพโดยเฉพาะ
เรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญในบรรยากาศการเรียนที่ทันสมัยที่สุดในกรุงเทพฯ เพื่อให้ทุกการกรีดมีดของคุณเต็มไปด้วยความเข้าใจและศิลปะ
Resourses