The Food School Bangkok

Early Bird Promotion -– Book 30 days in advance with code TFSEARLYBIRD. Credit card holders get 10% off with codes AMEXTFS10 (Amex), KTCTFS10 (KTC), KRGTFS10 (Krungsri). Valid for all short courses *Terms & Conditions applied. ALL Short Courses
MENU

Beef 101: From Steak and Yakiniku to Shabu

เนื้อวัว 101 ตั้งแต่ สเต็ก ยากินิคุ ไปจนถึงชาบู

เนื้อวัว คือเนื้อของสัตว์เคี้ยวเอื้องที่จัดอยู่ในกลุ่ม “เนื้อแดง” เนื่องจากมีปริมาณธาตุเหล็กสูงกว่าเนื้อไก่หรือปลา เนื้อวัวเป็นอาหารยอดนิยมที่นำมาปรุงได้หลากหลาย ตั้งแต่สเต็ก ยากินิคุ ไปจนถึงชาบู รวมถึงการนำเนื้อไปบดสำหรับทำเป็นเบอร์เกอร์ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปอย่างไส้กรอกและเนื้อแดดเดียว 

1. ข้อมูลโภชนาการ

โดยพื้นฐานแล้ว เนื้อวัวประกอบด้วยโปรตีนและไขมันเป็นหลัก หากทานเนื้อวัวบด (ไขมัน 10%) ปริมาณ 100 กรัม จะได้รับสารอาหารดังนี้ 

  • พลังงาน: 217 แคลอรี | น้ำ: 61% 
  • โปรตีน: 26.1 กรัม | ไขมัน: 11.8 กรัม 
  • คาร์โบไฮเดรต/น้ำตาล/ใยอาหาร: 0 กรัม 

เจาะลึกโปรตีนและไขมัน 

  • โปรตีนคุณภาพสูง เนื้อวัวมีโปรตีนประมาณ 22-26% ซึ่งประกอบด้วย กรดอะมิโนจำเป็นครบทั้ง 9 ชนิด ที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ จำเป็นต่อการเติบโตและซ่อมแซมร่างกาย 
  • ไขมันวัว ปริมาณไขมันขึ้นอยู่กับส่วนของเนื้อและอาหารที่วัวกิน โดยมีทั้งไขมันอิ่มตัวและไม่อิ่มตัวในสัดส่วนที่พอ ๆ กัน ไขมันทรานส์ธรรมชาติ ต่างจากไขมันทรานส์ในขนมที่อันตราย ไขมันทรานส์ในวัว อย่าง CLA (Conjugated Linoleic Acid) คือกรดไขมันจำเป็นกลุ่มโอเมก้า-6 ที่ช่วยเผาผลาญไขมันและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ 
  • วิตามินและแร่ธาตุ เนื้อวัวเป็นแหล่งรวมไมโครนิวเทรียนต์ที่สำคัญ เช่น วิตามิน B12, B6, สังกะสี, ซีลีเนียม, ธาตุเหล็ก, ไนอะซิน และฟอสฟอรัส นอกจากนี้ยังมีสารสำคัญอื่น ๆ เช่น Creatine (ให้พลังงานกล้ามเนื้อ), Taurine และสารต้านอนุมูลอิสระอย่าง Glutathione 

2. เปรียบเทียบสารอาหารในเนื้อวัวแต่ละประเภท (ต่อ 100 กรัม)

ประเภทเนื้อ 

แคลอรี 

โปรตีน (ก.) 

ไขมัน (ก.) 

โซเดียม (มก.) 

เนื้อบด (ปรุงสุก) 

217 

26.1 

11.8 

68 

เนื้อแดดเดียว/เนื้อแห้ง 

410 

33.2 

25.6 

1,780 

เนื้ออบ (Roast) 

206 

29.08 

9.72 

372 

ไส้กรอกเนื้อ 

332 

18.2 

28 

813 

ลิ้นวัว 

284 

19.3 

22.3 

65 

มันวัว (Tallow) 

902 

0 

100 

0 

3. ประโยชน์หลักจากการทานเนื้อวัว

  • รักษาและสร้างมวลกล้ามเนื้อ มีสาร “ลูซีน” ช่วยซ่อมแซมและสร้างกล้ามเนื้อ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุเพื่อป้องกันภาวะกล้ามเนื้อฝ่อ 
  • เพิ่มความทนทานในการออกกำลังกาย มีสาร “เบต้า-อะลานีน ที่ช่วยสร้างคาร์นซีนในกล้ามเนื้อ ช่วยลดความเหนื่อยล้าแลทำให้ผู้ออกกำลังกายสาย Strength ทำงานได้นานขึ้น 
  • ป้องกันโรคโลหิตจาง เนื้อวัวมี “ฮีม” ที่ร่างกายดูดซึมได้ดีกว่าเหล็กจากพืชหลายเท่า แะยังมี “Meat Factor” ที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากผักในมื้อนั้น ๆ ได้ดีขึ้นด้วย 

Tips  

ฮีม (Heme หรือ Haem) เป็นสารประกอบชนิดหนึ่งที่ประกอบด้วยธาตุเหล็กและโปรตีน ฮีมเป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ซึ่งนอกจากในเม็ดเลือดแดงแล้ว ยังพบสารฮีมได้ในเนื้อ เยื่อบางชนิดของร่างกาย แต่พบได้ในปริมาณน้อยกว่าในเม็ดเลือดแดงมาก เช่น ใน กล้ามเนื้อ 

4. ข้อควรระวังและความเสี่ยงทางสุขภาพ

โรคหัวใจและมะเร็ง 

  • โรคหัวใจ งานวิจัยเชิงสังเกตพบความเชื่อมโยงระหว่างการกินเนื้อแดงปริมาณมากกับโรคหัวใจ แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นสาเหตุโดยตรง เพราะอาจเกิดจากพฤติกรรมอื่น เช่น การสูบบุหรี่หรือไม่ออกกำลังกาย อย่างไรก็ตาม แพทย์แนะนำให้จำกัดไขมันอิ่มตัวไม่เกิน 10% ของพลังงานต่อวัน 
  • โรคมะเร็งลำไส้ การปรุงเนื้อด้วย ความร้อนสูงจัด (ย่างไหม้/ทอด) จะเกิดสารก่อมะเร็งที่เรียกว่า HCAs แนะนำให้ใช้วิธี นึ่ง ต้ม หรือตุ๋น แทนจะปลอดภัยกว่า 

ข้อเสียอื่น ๆ 

  • พยาธิตัวตืด การกินเนื้อดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ เสี่ยงต่อการติดเชื้อพยาธิตัวตืดวัว 
  • ภาวะเหล็กเกิน ผู้ที่มีโรคทางพันธุกรรม (Hemochromatosis) ควรจำกัดการทานเนื้อวัว เพราะการมีธาตุเหล็กในร่างกายมากเกินไปอาจทำลายตับและหัวใจได้ 

5. วัวกินหญ้า vs วัวกินธัญพืช 

  • วัวเลี้ยงด้วยหญ้า (Grassfed) มักมีราคาแพงกว่า แต่ได้สารต้านอนุมูลอิสระ โอเมก้า-3 วิตามินอี และแร่ธาตุสูงกว่า แถมยังมีไขมันอิ่มตัวน้อยกว่า 
  • วัวเลี้ยงด้วยธัญพืช (Grainfed) เป็นมาตรฐานการผลิตส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ซึ่งให้รสชาติที่คุ้นเคยแต่อาจมีสารอาหารบางชนิดน้อยกว่าแบบเลี้ยงด้วยหญ้า 

เนื้อวัวเป็นแหล่งโปรตีนและวิตามินชั้นเลิศ ที่ช่วยเรื่องกล้ามเนื้อและเลือด แต่ความลับของสุขภาพดีคือ การทานในปริมาณที่พอเหมาะและเลือกวิธีการปรุงที่ไม่ใช้ความร้อนสูงเกินไป จะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดโดยไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรค 

Beef
21-Steak-Cuts

เนื้อวัวแต่ละส่วนที่ใช้ทำสเต็ก

พาไปทำความรู้จักความแตกต่างระหว่างเนื้อส่วนโปรดของคุณ รวมถึงส่วนที่หลายคนอาจไม่ค่อยรู้จัก ตั้งแต่เนื้อที่นุ่มละมุนอย่าง Filet Mignon และ Ribeye ไปจนถึงส่วนที่เคี้ยวสนุกอย่าง Flank และ Hanger Steak  

ทำความเข้าใจ “กล้ามเนื้อ” 

  • ส่วนที่ไม่ค่อยใช้งาน (ส่วนกลางลำตัว) เช่น ส่วนหลังและสันเอว จะมีความนุ่มมากและมีไขมันแทรก ดีเยี่ยม เหมาะกับการปรุงแบบ “เร็วและแรง” เช่น การย่างบนเตาถ่านหรือกระทะเหล็กหล่อ 
  • ส่วนที่ใช้งานหนัก เช่น ส่วนหัวไหล่ ขา และท้อง จะมีความเหนียวกว่าเนื่องจากเป็นกล้ามเนื้อที่ใช้งานบ่อย แต่จะมีรสชาติเนื้อที่เข้มข้นมาก เนื้อกลุ่มนี้ต้องการการหมัก หรือการปรุงที่ใช้ความร้อนอย่างเหมาะสมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม 

เนื้อสเต็กส่วนต่างๆ 21 ส่วน

  1. สันใน หรือฟิเลมิยอง เป็นเนื้อส่วนที่แทบไม่ได้ใช้งานเลย จึงนุ่มขนาดที่ใช้ส้อมตัดได้ แต่เนื่องจากไม่มีไขมันแทรกและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ทำให้สุกง่ายเกินไปและรสชาติไม่เข้มข้นเท่าส่วนอื่น 
  2. ริบอาย เนื้อส่วนกลางซี่โครงที่มีไขมันแทรกสวยงามที่สุด ให้รสชาติชุ่มฉ่ำและเข้มข้นกว่าสันใน 
  3. โทมาฮอว์ก หรีอสเต็กคาวบอย คือ ริบอาย แบบติดกระดูก โดยคาวบอยจะมีกระดูกสั้นกว่า ส่วน Tomahawk จะมีกระดูกยาวดูหรูหรา 
  4. สันเอว เนื้อสันเอวที่มีไขมันแทรกกำลังดีและรสชาติเนื้อชัดเจนมาก เป็นส่วนที่อยู่กึ่งกลางระหว่างความนุ่มและความเคี้ยวสนุก 
  5. ทีโบน เป็นส่วนที่รวมเอาสันในและสันนอก มาไว้ในชิ้นเดียวโดยมีกระดูกรูปตัว T กั้นกลาง เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ทั้งความนุ่มและรสชาติในมื้อเดียว 
  6. Porterhouse คล้าย T-bone แต่เป็นส่วนที่ตัดมาจากด้านหลังซึ่งมีส่วน สันในที่ใหญ่และหนากว่า โดยปกติจะต้องหนาอย่างน้อย 1.25 นิ้วขึ้นไป 
  7. สันในติดกระดูก หาทานได้ยาก แต่มอบสัมผัสที่นุ่มละมุนแบบสันใน พร้อมรสชาติที่ลุ่มลึกขึ้นจากการมีกระดูกติดอยู่ 
  8. สันนอกส่วนบน เนื้อไม่ติดมัน ที่มีรสชาติเนื้อเข้มข้นมาก ราคาประหยัดกว่าริบอายแต่ยังมีความนุ่มใกล้เคียงกับเนื้อสันเอว 
  9. เนื้อส่วนสามเหลี่ยม เนื้อส่วนล่างของ Sirloin ที่มีรูปร่างเป็นสามเหลี่ยม รสชาติเข้มข้นและโดดเด่นมากเมื่อนำไปย่างทำแซนด์วิชหรือทาโก้ 
  10. พิคานย่า ส่วนยอดนิยมในร้านสเต็กบราซิล เป็นส่วนที่มี “คัพไขมัน” อยู่ด้านบน ให้รสชาติที่ละมุนลิ้นและกลิ่นหอมของไขมันวัว 
  11. เนื้อส่วนใบพาย ตัดมาจากส่วนหัวไหล่ เป็นเนื้อส่วนที่นุ่มเป็นอันดับต้น ๆ ของวัวหากช่างแล่เอาพังผืดตรงกลางออกไป รสชาติดีและราคาเข้าถึงง่าย 
  12. เดนเวอร์ หรือเนื้อที่อยู่ใต้กระดูกสะบักที่ไหล่ ที่อยู่ล่างกระดูกสะบักซึ่งไม่ค่อยได้ใช้งาน ทำให้มีไขมันแทรกสวยงามเหมือนเนื้อราคาแพงแต่ราคาถูกกว่ามาก 
  13. เนื้อหัวไหล่ มีรสชาติเนื้อชัดเจนที่สุด แต่มีความเหนียวสูงเนื่องจากมีพังผืดเยอะ 
  14. เนื้อใบบัว หรือ เนื้อพื้นท้อง แผ่นเนื้อยาวแบน มีลายกล้ามเนื้อชัดเจน 
  15. เนื้อยอดอก หรือ กระบังลม รสชาติเนื้อเข้มข้นที่สุดส่วนหนึ่ง นิยมใช้ทำ fajitas หรือทาโก้ มีความเหนียวเล็กน้อยแต่เคี้ยวสนุก 
  16. ปลายพื้นท้องวัว หรือ Bavette คล้ายกับ Flank และ Skirt มีลักษณะเนื้อเป็นร่องชัดเจนและราคาไม่แพง 
  17. เนื้อส่วนขั้วตับ เนื้อที่แขวนอยู่ใกล้กระบังลม มีสีเข้มและรสชาติเนื้อรุนแรง เป็นที่นิยมมากในฝรั่งเศส (Onglet) 
  18. เนื้อสะโพกส่วนพับใน เป็นเนื้อสะโพกที่มีไขมันน้อยมาก มักถูกนำมาใช้ทำเนื้อแดดเดียว (Jerky) หรือเนื้ออบแบบแล่บาง 
  19. เนื้อสะโพก มีความลีน (ไขมันน้อย) และรสชาติเข้มข้นคล้ายริบอายแต่มีความเหนียวกว่า 
  20. Cube Steak เนื้อส่วนสะโพกที่ถูกนำไปเข้าเครื่องทุบจนเป็นรอยบุ๋มทั่วชิ้นเพื่อให้นุ่มขึ้น นิยมนำไปชุบแป้งทอดทำ ChickenFried Steak 
  21. Salisbury Steak ความจริงแล้วคือเนื้อบดปั้นก้อนที่ปรุงรสให้เหมือนสเต็ก มักเสิร์ฟคู่กับซอสเกรวี่ เป็นทางเลือกสำหรับคนงบน้อยแต่หัวใจรักสเต็ก 

สเต็ก 101 

ส่วนไหนนุ่มที่สุด?  

  • Filet Mignon นุ่มที่สุด แต่ส่วนอื่นอย่าง RibeyeDenver และ Flat Iron ก็นุ่มมากเช่นกัน 

เนื้อสเต็กส่วนไหนไขมันน้อยที่สุด?  

  • Round Steak หรือเนื้อสะโพก ไขมันน้อยที่สุด แต่ถ้าอยากได้ทั้งความนุ่มและไขมันน้อย Filet Mignon และ Top Sirloin คือคำตอบ 

การหั่นขวางลายเนื้อ (Against the Grain) คืออะไร?  

  • ให้ดูทิศทางของเส้นใยกล้ามเนื้อ แล้ววางมีดให้ตั้งฉากเป็นรูปตัว “T” กับเส้นใยนั้น การหั่นแบบนี้จะทำให้เส้นใยสั้นลงและเคี้ยวง่ายขึ้นมาก 

การทำสเต็กต้องใช้ความร้อนแค่ไหน?  

  • มาตรฐานที่แนะนำสำหรับสเต็กส่วนใหญ่คือ Medium-Rare (ประมาณ 57°C หรือ 135°F) เพื่อให้ได้เนื้อที่นุ่มและชุ่มฉ่ำที่สุด 

ยากินิคุ 101 

  • เนื้อส่วนไหล่และคอ (Kata & Chuck) เป็นส่วนที่มีกล้ามเนื้อทำงานมาก โดยจะย่างแบบ rare ไปจนถึง medium rare มีรสชาติเนื้อเข้มข้น และมีส่วนที่หายากแทรกอยู่ อย่างสันคอ รองสันคอ ใบพาย ใบพายส่วนบน หัวไหล่ น่องหน้า พื้นท้องส่วนหน้า เนื้อเสือร้องไห้ 
  • เนื้อส่วนซี่โครงกลางและสันหลัง (Rib Rosu & Loin) เนื้อคุณภาพเยี่ยมที่เป็นตัวเอกของร้านยากินิกุและสเต็ก อย่าง ส่วนฝาครอบริบอาย แกนกลางริบอาย รอบริบอาย สันนอก  
  • เนื้อส่วนพื้นท้อง (Tomo Bara) หรือ Karubi โดยนิยมกินแบบ Rare – Medium อย่าง ใบบัว ชายโครง ร่องซี่โครง พื้นท้องส่วนนอก กระบังลมส่วนใน 
  • เนื้อส่วนสันใน (Hire) เนื้อส่วนที่นุ่มที่สุดและแพงที่สุดของวัว อย่างส่วนของสันใน และชาโตบริยอง 
  • เนื้อส่วนสะโพกและขาหลัง (Ran IchiMommo & Shintama) ซึ่งเป็นส่วนที่ลีนที่สุด เนื้อแดงที่มีไขมันน้อยแต่รสชาติเนื้อชัดเจน อย่าง สะโพกบนและส่วนกลาง รองสะโพก น่องสะโพกและสะโพกนอก น่องลาย ลูกมะพร้าว 
Yakiniku
Shabu Shabu

ชาบู 101 

คำว่า “ชาบูชาบู” เป็นคำเลียนเสียงธรรมชาติในภาษาญี่ปุ่นที่สื่อถึงเสียงตอนเรานำแผ่นเนื้อลงไป “แกว่งไกว” ในน้ำซุปนั่นเอง วัตถุดิบทั้งหมดจะถูกเสิร์ฟแบบสด (ดิบ) เพื่อให้ผู้รับประทานได้ปรุงเองสดๆ ที่โต๊ะ ทำให้เป็นมื้ออาหารที่มีปฏิสัมพันธ์และสนุกสนาน คล้ายกับการกินฟองดูว์ในเวอร์ชันของคาว เนื้อชาบูต้องสไลซ์บางมาก ส่วนของวัวที่เลือกมาจึงสำคัญต่อรสสัมผัส  

  • Rib (ซี่โครง) นุ่มและมันแทรกเยอะ 
  • Chuck (หัวไหล่/สันคอ) รสชาติเนื้อเข้มข้น 
  • Topside (สะโพก) เนื้อแดงเน้นๆ สำหรับคนชอบแบบลีน 
  • Striploin (สันนอก) ความนุ่มและไขมันสมดุลกันดี 
  • Brisket (เสือร้องไห้) มีความเคี้ยวสนุกและหอมมัน 

ต่อยอดความหลงใหลสู่ทักษะระดับมืออาชีพ 

การรู้จักชื่อส่วนเนื้ออาจทำให้คุณสั่งอาหารได้เก่งขึ้น แต่การได้ลงมือ “แล่” และ “จัดการ” เนื้อแต่ละส่วนด้วยตัวเองจะเปลี่ยนมุมมองที่คุณมีต่อวัตถุดิบชิ้นนี้ไปตลอดกาล 

หากคุณต้องการเจาะลึกทักษะการเป็น Butcher ตั้งแต่การคัดเลือกเนื้อ การแยกส่วน (Fabrication) ไปจนถึงเทคนิคการตัดแต่งเพื่อเพิ่มมูลค่าและการปรุงที่ดึงรสชาติออกมาได้สูงสุด The Food School Bangkok พร้อมเปิดประตูให้คุณมาเรียนรู้ในคอร์ส Butchery ที่ออกแบบมาเพื่อคนรักเนื้อและเชฟมืออาชีพโดยเฉพาะ 

เรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญในบรรยากาศการเรียนที่ทันสมัยที่สุดในกรุงเทพฯ เพื่อให้ทุกการกรีดมีดของคุณเต็มไปด้วยความเข้าใจและศิลปะ 

Resourses 

Healthline, Tasteofhome, Tsunagujapan, Kolikof

Related News

Recently News