The Food School Bangkok

Early Bird Promotion – Book 30 days in advance with code TFSEARLYBIRD. Credit card holders get 10% off with codes AMEXTFS10 (Amex), KTCTFS10 (KTC), KRGTFS10 (Krungsri). Valid for all short courses until December 2025. ALL Short Courses
MENU

เชฟ เวโรนิกา เปไทนส์ กาปุด

เธอนำประสบการณ์ด้านการทำอาหารและการสอนระดับนานาชาติมาสู่ The Food School Bangkok ด้วยการฝึกฝนจากสถาบันชื่อดังอย่าง Le Cordon Bleu ณ กรุงปารีส และ L’Ecole Hôtelière de Lausanne ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยการผสมผสานเทคนิคแบบฝรั่งเศสคลาสสิกเข้ากับความหลงใหลในการสอนและการพัฒนาตนเองอย่างลึกซึ้ง

 

เส้นทางอาชีพของเธอกว่า 20 ปี ครอบคลุมครัวระดับแนวหน้าและสถาบันชั้นนำในปารีส บอสตัน และฮ่องกง รวมถึงร้านอาหาร L’Atelier de Joël Robuchon โรงแรม Conrad และกลุ่มร้านอาหาร Lan Kwai Fong Entertainments ปัจจุบันเธอเป็นอาจารย์ประจำที่วิทยาลัยดุสิตธานีตั้งแต่ปี 2007 ถ่ายทอดทั้งบทเรียนภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ พร้อมให้คำแนะนำอย่างรอบด้านแก่ผู้เรียน

 

ด้วยพื้นฐานทางการศึกษาด้าน Education & Child Studies จาก Smith College ประเทศสหรัฐอเมริกา เชฟเวโรนิกามุ่งมั่นที่จะปลูกฝังทั้งทักษะและความตระหนักรู้ให้กับนักเรียน ผ่านการเรียนการสอนที่ผสานความแม่นยำ ความคิดสร้างสรรค์ และการมีสติ เพื่อให้พวกเขาเติบโตเป็นมืออาชีพด้านอาหารที่มั่นใจในตนเองอย่างแท้จริง

เชฟ Nanang Prasetya Aditama

นักสร้างสรรค์อาหารผู้เปี่ยมด้วยไอเดีย และเชี่ยวชาญในการผสมผสานรสชาติของบาร์บีคิวกับความซับซ้อนของเครื่องเทศเอเชียอย่างลงตัว ด้วยพื้นฐานจากการเรียนการสอนด้านการทำอาหารในบาหลีและประสบการณ์ในครัวชั้นนำทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมัลดีฟส์ เชฟนันนันได้พัฒนาสไตล์ที่ผสานเทคนิคดั้งเดิมเข้ากับความทันสมัยได้อย่างโดดเด่น ตั้งแต่เมนูปลาหมักสูตรพิเศษไปจนถึงบาร์บีคิวที่หอมเครื่องเทศ ทุกจานของเขาสะท้อนถึงความเคารพในรากวัฒนธรรมและแรงผลักดันในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่
เขาเคยร่วมงานกับร้านอาหารชื่อดังมากมาย เช่น The Sanchaya, 137 Pillars Bangkok และ Niyama Maldives และยังคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน Professional Seafood Challenge และเหรียญทองแดงจาก Duo of Beef Challenge ในงาน Thailand Ultimate Chef Challenge 2017
หัวใจสำคัญของปรัชญาการทำอาหารของเชฟคือการใช้ “อาหาร” เป็นสื่อกลางเชื่อมโยงผู้คน ถ่ายทอดวัฒนธรรมผ่านรสชาติที่น่าจดจำและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์

เชฟ “เอ็ม” ธันวา สีแสด

เกิดในประเทศไทย และได้ย้ายตามครอบครัวไปอยู่ที่เมืองเนเปิลส์ ประเทศอิตาลี เมื่ออายุ 9 ขวบ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่จุดประกายความรักที่ลึกซึ้งและยาวนานในพิซซ่า เขาเริ่มต้นจากการเป็นเด็กส่งพิซซ่า และค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นมาในครัวของเมืองเนเปิลส์และโรม เรียนรู้ศิลปะที่แท้จริงของการทำพิซซ่าในแหล่งกำเนิดของพิซซ่าเนเปิลส์ ในปี 2016 เชฟเอ็มได้เข้าร่วมทีม Peppina ในกรุงเทพฯ พร้อมนำประสบการณ์หลายปีและความมุ่งมั่นในเทคนิคอิตาเลียนแท้ๆ มาสู่ทีม เขาสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นเชฟชาวไทยคนแรกที่ได้รับการรับรองจาก Associazione Verace Pizza Napoletana (A.V.P.N.) ซึ่งเป็นสถาบันระดับโลกอันทรงเกียรติที่ควบคุมมาตรฐานของพิซซ่าเนเปิลส์แท้ๆ

ความสามารถของเขาได้รับการยอมรับในระดับสากล ในปี 2019 เขาได้รับรางวัลอันดับ 3 ในการแข่งขัน Olimpiadi Vera Pizza Napoletana ประเภทกูร์เมต์ และคว้าอันดับ 7 ในการแข่งขัน Caputo Trophy อันโด่งดัง

ปัจจุบัน 7 ปีกับการทำงานที่ Peppina เชฟเอ็มได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง Head Pizzaiuolo เขามีหน้าที่รับผิดชอบในการฝึกอบรมและให้คำปรึกษาแก่ “Pizzaiuoli” (ผู้ทำพิซซ่า) ทุกคนในเครือ Peppina ช่วยให้ทีมส่งมอบพิซซ่าที่ได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด Peppina ได้รับการจัดอันดับให้เป็น “ร้านพิซซ่าที่ดีที่สุดในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” อยู่อันดับ 5 ในเอเชียแปซิฟิก และอันดับ 43 ของโลก จาก 50 Top Pizza Awards และนับว่าเป็นเกียรติที่เชฟเอ็มได้ร่วมฉลองกับเชฟ Paolo Vitaletti เจ้าของร้าน ในพิธีมอบรางวัลที่เมืองเนเปิลส์

เชฟ Paolo Vitaletti

เกิดและโตขึ้นในเมื่องที่เป็นศูนย์กลางการทำอาหารอิตาเลียน หลังเลิกเรียนเขามักจะช่วยพ่อในร้านของครอบครัว ก่อนจะกลับบ้านไปเอร็ดอร่อยกับอาหารโฮมเมดที่แม่ปรุงอย่างสุดฝีมือ—นี่คือการซึมซับโลกแห่งอาหารตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งพัฒนาไปสู่อาชีพตลอดชีวิต

เมื่ออายุ 19 ปี เปาโลได้เดินทางออกจากอิตาลีเพื่อไล่ตามความฝันในการทำอาหารบนเวทีโลก การเดินทางทั่วโลกนี้หมายรวมถึงโรงแรม Four Seasons Hotel at Canary Wharf ในลอนดอน, โรงแรม Aman ในจอร์แดนและเมาวี และต่อมาในตำแหน่ง Executive Sous Chef ที่โรงแรม Shangri-La กรุงเทพฯ เขายังเคยได้รับแต่งตั้งเป็น Executive Chef ที่ Aman Summer Palace ในปักกิ่ง ประเทศจีนอีกด้วย

ในเดือนเมษายน 2013 เปาโลได้กลับสู่รากเหง้าของเขาด้วยการเปิดร้าน Appia ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นร้านอาหารโรมัน (Roman trattoria) ที่เชิดชูอาหารอิตาเลียนที่เรียบง่ายและซื่อสัตย์ ร้านอาหารแห่งนี้ได้รับคำวิจารณ์ชื่นชมอย่างรวดเร็วในด้านความแท้จริงและควมตั้งใจ

หนึ่งปีต่อมา พิซซ่าสไตล์เนเปิลส์จาหการเดินทางของเขาที่ไปยังเมืองเนเปิลส์ที่ก็เกิดขึ้นมา โดยฝึกฝนกับปรมาจารย์ด้านการทำพิซซ่า (master pizzaiuoli) เพื่อทำให้แป้งพิซซ่าเนเปิลส์แบบดั้งเดิมและสมบูรณ์มากที่สุด นับตั้งแต่เปิดตัว Peppina ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักชิมในกรุงเทพฯ และเป็นร้านพิซซ่าเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับการรับรองจาก Associazione Verace Pizza Napoletana (A.V.P.N.) ร้านได้รับรางวัลมากมาย รวมถึง “ร้านพิซซ่าที่ดีที่สุดในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” จาก 50 Top Pizza Awards โดยอยู่อันดับที่ 5 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และอันดับที่ 43 ของโลกเ

เชฟ วัชรวี วิเสทโพชนาธิป

เชฟเคนท์ เป็นมืออาชีพด้านการทำอาหารที่ได้รับการยอมรับระดับนานาชาติด้วยประสบการณ์กว่า 45 ปี บทบาทของเขาในฐานะหัวหน้าพ่อครัวในการรับรองของราชวงศ์ไทย ประธานองค์กรการทำอาหารระดับสูง และตัวแทนการแข่งขันทำอาหารที่ได้รางวัลมากมาย แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในด้านการประกอบอาหารระดับสูง และการบริหารจัดการงานบริการ เชฟเคนท์ได้เรียนรู้การผสมผสานเทคนิคดั้งเดิมและเทคนิคสมัยใหม่อย่างลงตัวผ่านการบริหารทีมและการดำเนินงานหลายปี รวมถึงการให้คำแนะนำแก่เชฟรุ่นใหม่และการวางแผนการจัดงาน

ที่ปรึกษาด้านการทำอาหารและที่ปรึกษาด้านการบริการ

  • ศูนย์วิจัย LOTTE, โซล (2018–2020)
  • ร้านอาหาร Kinnari Thai Cuisine, สิงคโปร์ (2018–2019)
  • ศูนย์ฝึกอบรมความพิการอาเซียน (2019–ปัจจุบัน)

สมสนิท วรรณประภา

ดำรงตำแหน่ง CEO หรือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Synova ผู้ผลิตชั้นนำด้านผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและเบเกอรี่คุณภาพสูง ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ด้วยความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์อาหารและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เธอมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ Synova เป็นโซลูชันครบวงจรที่ได้รับความไว้วางใจสำหรับร้านกาแฟ โรงแรม ร้านอาหาร และอุตสาหกรรมบริการอาหารในวงกว้าง

ภายใต้การนำของคุณ สมสนิท วรรณประภา Synova ได้รับการยอมรับในด้านผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ซึ่งรวมถึงเมล็ดกาแฟคั่ว พรีมิกซ์เครื่องดื่มและเบเกอรี่ ไซรัปปรุงแต่ง ไอศกรีม น้ำผลไม้เข้มข้น และขนมอบระดับ artisanal บริษัทฯ ยึดมั่นในมาตรฐานคุณภาพระดับสูง (GHP, HACCP, HALAL และ FSSC 22000) และนำเสนอโซลูชันที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการสำหรับการติดฉลากส่วนตัวและการพัฒนาผลิตภัณฑ์พิเศษ

นอกเหนือจากการผลิตและความมุ่งมั่น ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมยังครอบคลุมถึงการออกแบบเมนู การวิจัย และการพัฒนา ด้วยทีมเชฟที่ได้รับรางวัลและนักวิทยาศาสตร์อาหารผู้เชี่ยวชาญ เธอยังคงขับเคลื่อนความสำเร็จของ Synova ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจต่าง ๆ จะได้รับผลิตภัณฑ์คุณภาพเยี่ยมที่ปรับให้เข้ากับความต้องการของพวกเขา

จิรายุ กีรติยุตอมรกุล

คุณบอม หรือ จิรายุ กีรติยุตอมรกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ ที่มีประสบการณ์ 7 ปี ในการพัฒนาและบริหารธุรกิจในอุตสาหกรรมไวน์ เขาได้รับประกาศนียบัตร French Wine Scholar, WSET Level 3 Award in Wines [ระดับดีเยี่ยม] และกำลังศึกษาต่อในหลักสูตร WSET Diploma

ประสบการณ์และเส้นทางการทํางาน:
  • ผู้ถือหุ้นของ Wine Academic BKK [ไวน์บาร์]
  • ผู้ถือหุ้นของ MUST Wine Bar
  • วิทยากรด้านไวน์
  • เข้าร่วมงานจับคู่อาหารและไวน์ในฐานะซอมเมอลิเยร์

สุลาภี คิดดี

สุลาภี คิดดี เป็นครูและซอมเมลิเยร์ทางด้านสาเกที่มีพื้นฐานและหลากหลายในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การนำเข้า การ ขนส่งทางอากาศ และมาตรฐานความปลอดภัยของอาหาร เธอเกิดและเติบโตในประเทศไทย มีประสบการณ์มากกว่า ทศวรรษในภาคธุรกิจคราฟต์เบียร์ และโดดเด่นทางในด้านการขาย การตลาด และการฝึกอบรมด้านคราฟท์เบียร์ สุลาภี รู้สึกตื่นเต้นที่จะแบ่งปันความชอบที่มีต่อสาเกและประเพณีอันประณีตของญี่ปุ่นกับนักเรียนทุกคน
ประสบการณ์และเส้นทางการทํางาน:
  • Sake Sommelier และ Sake Educator รับรองโดย Sake Sommelier Academy (SSA) สหราชอาณาจักร
  • Sake Sommelier รับรองโดย International Kikisake-shi (SSI) ประเทศญี่ปุ่น

ชินทาโร คน

เป็นครูและซอมเมลิเยร์ทางด้านสาเก เขาเกิดและเติบโตในญี่ปุ่น โดยช่วยธุรกิจครอบครัวในร้านบะหมี่โซบะและสาเกระดับพรีเมียม นอกจากชีวิตในญี่ปุ่น เขาได้ใช้ชีวิตต่างประเทศโดยทำงานในสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งจุดประกายความหลงใหลในการส่งเสริมวัฒนธรรมและศิลปะของญี่ปุ่นในชั้นเรียนของเขา ชินทาโรไม่เพียงแต่สอนเกี่ยวกับสาเกเท่านั้น แต่ยังแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแง่มุมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และปรัชญาของการทำสาเกอีกด้วย
ประสบการณ์และเส้นทางการทํางาน:
  • Certified Sake Sommelier
  • Sake Educator by Sake Sommelier Academy (SSA), United Kingdom

Frederic Debono

เพราะการอาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 25 ปี ทำให้เขาสามารถสื่อสารภาษาไทยได้อย่างคล่องแคล่วและเข้าใจวัฒนธรรมไทยอย่างลึกซึ้ง และด้วยพื้นฐานทางวิชาการที่แข็งแกร่งเรื่องเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากกรุงปารีส ความหลงใหลในศาสตร์แห่งไวน์ได้จุดประกายให้เฟร็ดก้าวเข้าสู่โลกแห่งไวน์ Frederic Debono เดินทางกลับฝรั่งเศสเพื่อศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยไวน์ชื่อดัง และสำเร็จการศึกษาในฐานะผู้สอนไวน์และซอมเมอลิเยร์ที่ได้รับการรับรอง จากนั้นจึงผ่านการรับรองระดับ 3 จาก WSET (Wine & Spirit Education Trust) ซึ่งยืนยันถึงความเชี่ยวชาญในด้านนี้ นอกจากนี้ภูมิหลังทางวิชาการที่หลากหลายของเขา ยังรวมถึงการศึกษาภาษาและวัฒนธรรมไทยขั้นสูง ใบรับรองการสอนภาษาฝรั่งเศส และใบรับรองการดำเนินงานร้านอาหาร ซึ่งรวมถึงมาตรฐาน HACCP ปัจจุบันเขาทุ่มเทเพื่อแบ่งปันความรู้และความหลงใหลในไวน์อันล้ำลึกให้กับคนไทย โดยผสมผสานความเข้าใจทางวัฒนธรรมและความเชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและให้ความรู้
ประสบการณ์และเส้นทางการทํางาน:
  • หลักสูตรผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ (Sommelier, Cellar Man, Wine Consultant Diploma) – มหาวิทยาลัยไวน์ ประเทศฝรั่งเศส
  • ประกาศนียบัตร WSET ระดับ 3 – ปารีส ประเทศฝรั่งเศส
  • ประกาศนียบัตรการศึกษาขั้นสูงด้านเอเชียตะวันออก (Advanced Diploma) – ปารีส ประเทศฝรั่งเศส
  • ปริญญาโท ศึกษาศาสตร์และวิจัยประยุกต์ สาขาภาษาไทย – ปารีส ประเทศฝรั่งเศส
  • ประกาศนียบัตรครูสอนภาษาฝรั่งเศส – ปารีส ประเทศฝรั่งเศส
  • ใบรับรองมาตรฐาน HACCP และใบอนุญาตประกอบกิจการร้านอาหาร – ประเทศฝรั่งเศส

เชฟแบล็ก ภานุภน บุลสุวรรณ

เชฟแบล็กคือผู้อยู่เบื้องหลัง Blackitch Artisan Kitchen ที่เชียงใหม่ ผู้ซึ่งมุ่งมั่นนำเสนอแนวคิด ‘Holistic Localised Artisanal Cuisine’ หรือก็คือความคราฟท์ ด้วยความตั้งใจในการสร้างความยั่งยืน ลดขยะให้เป็นศูนย์ และเชื่อมโยงวัตถุดิบส่งตรงจากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร เชฟแบล๊กผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับศาสตร์การทำอาหารสมัยใหม่ เพื่อนำสนอและชูวัตถุดิบท้องถิ่น ผ่านการนำเสนอแบบเชฟส์เทเบิล เชฟแบล็กมุ่งให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกใช้วัตถุดิบอย่างมีจิตสำนึก และกระบวนการปรุงอย่างใส่ใจ โดยหวังที่จะเป็นแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอาหาร โครงการใหม่ของเชฟLocal Craft Space จะขยายแนวคิดอาหารยั่งยืนผ่านเวิร์กช็อปและการมีส่วนร่วมของชุมชนให้กว้างไกลยิ่งขึ้น

รายละเอียดเพิ่มเติม  www.blackitch.com

เชฟ Frederic Legras

ด้วยประสบการณ์กว่า 3 ทศวรรษในฐานะเชฟขนมหวานและประสบการณ์ระดับสากลกว่า 25 ปี Chef Legras เริ่มต้นจากการเรียนที่ “Ecole Nationale Superieure de la Patisserie” พร้อมกับการฝึกฝนร่วมกับ M.O.F หลายท่านในฝรั่งเศส หลังจากนั้นเชฟได้ร่วมงานกับ Payard Patisserie & Bistro ที่นิวยอร์ก รวมถึงการทำงานกับ Ritz-Carlton Hotel Corporation ที่ฟลอริดา ไอร์แลนด์ และดูไบ ก่อนที่จะได้ร่วมงานกับ ChoCo’a ผู้ผลิตช็อกโกแลตชั้นนำในดูไบ ก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งเชฟขนมหวานที่ Conrad Bangkok และเป็นที่ปรึกษาด้านเทคนิคให้กับบริษัทช็อกโกแลตระดับโลกแห่งหนึ่ง และหลังจากนั้นได้ใช้เวลา 5 ปี เป็นอาจารย์สอนขนมหวานที่ Le Cordon Bleu ในกรุงเทพฯ ก่อนที่จะเปิดบริษัทที่ปรึกษาระดับสากลเป็นของตัวเอง และในปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Executive Pastry Chef ที่โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ เป็นเวลากว่า 2 ปี

แพชชั่นส่วนตัวของ Chef Legras คือการสร้างจุดเด่นของ “การบริการและการถ่ายทอดความรู้” แม้ว่าขนมหวานของเขาจะยึดมั่นในความคลาสสิกไว้อย่างมั่นคง แต่เขาก็ยังรักในการนำเทคนิคสมัยใหม่ รสชาติ และการนำเสนอมาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานของเขา

เชฟ เธียรธัญ วลัยฤาชา (เชฟแสตมป์)

เชฟแสตมป์ ผู้ก่อตั้ง Palindrome Pastry ได้เปลี่ยนเส้นทางจากวิศวกรรมสู่การทำขนมอบด้วยความหลงใหลในนวัตกรรมด้านอาหาร ในฐานะศิษย์เก่าของ ALMA และ The Food School Bangkok เชฟแสตมป์มีชื่อเสียงในด้านการทำขนมที่พิถีพิถัน และความสร้างสรรค์ในแต่ละจาน จนทำให้ Palindrome Pastry เป็นอีกหนึ่งจุดหมายใหม่ของสายคาเฟ่ในกรุงเทพฯ จากจุดเริ่มต้นที่เน้นไอศกรีม ปัจจุบัน Palindrome Pastry มีเมนูขนมอบที่สร้างสรรค์และแปลกใหม่มากมาย โดยมีเมนู Dubai Spread ที่โด่งดังเป็นพิเศษ

ปรัชญาการทำอาหารของเชฟแสตมป์ “Symphony of Flavors” ที่ใช้นำทางสร้างความสมดุลระหว่างรสชาติและเนื้อสัมผัสในขนมทุกชิ้น เพื่อมอบประสบการณ์และรสชาติที่น่าจดจำและยากจะลืมเลือน ในฐานะเชฟและผู้ประกอบการ เชฟแสตมป์ได้กลับมานำเสนอมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับ The Food School Bangkok มอบทั้งความรู้และประสบการณ์ตรงเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักเรียนที่สนใจในศาสตร์และศิลป์ของการทำขนม

ประสบการณ์และเส้นทางการทํางาน:
  • ผู้ก่อตั้งและเจ้าของ Palindrome Pastry
  • ผู้ร่วมก่อตั้ง Mutual+
  • ที่ปรึกษาธุรกิจส่วนบุคคล
  • ศิษย์เก่าหลักสูตรเบเกอรี่และขนมอบสไตล์อิตาเลียนของ ALMA ที่ The Food School Bangkok

Alex Couvidat

Alex Couvidat เป็นผู้จัดการด้านอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งสมประสบการณ์ในด้านการบริหารจัดการร้านอาหารและบริการเครื่องดื่มในร้านอาหารระดับหรูมาเป็นเวลานานหลายปี และได้ก่อตั้งและบริหารร้านอาหารญี่ปุ่นเป็นของตนเอง ทำให้มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับศาสตร์และศิลป์ของเครื่องดื่มสุดพิเศษจากญี่ปุ่นอย่างสาเก ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการหมัก การจำแนกประเภทตามภูมิภาค ไปจนถึงเทคนิคการจับคู่กับอาหารประเภทต่าง ๆ อย่างมีศิลปะ ในฐานะที่ได้ประกาศนียบัตรรับรองเป็น Sake Sommelier และ Wine Sommelier (WSET ระดับ 1) คุณ Alex ได้แวะมาเยี่ยมเยือนที่ The Food School Bangkok เพื่อนำความรู้ด้านเครื่องดื่มสาเกและความงามที่ซ่อนอยู่ในทุก ๆ แก้ว ให้กับทุก ๆ ท่านที่หลงใหลในสาเกได้สัมผัสและลิ้มลองด้วยตนเอง
ประสบการณ์และเส้นทางการทํางาน:
  • ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการร้านอาหารญี่ปุ่น ONAKA เมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส (2022 – ปัจจุบัน)
  • ผู้จัดการทั่วไปที่ร้านอาหารญี่ปุ่น ITOKO เมืองคาสเตรย์ ประเทศฝรั่งเศส (2020 – 2022)
  • ผู้เชี่ยวชาญด้านสาเก (Sake Sommelier) ได้รับการรับรองจาก Kuramoto Koryukai หลักสูตร Ultimate Sake Studies ที่ Institut Paul Bocuse เมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส (2021)
  • ผู้จัดการ F&B ที่ The Penthouse Residence กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา (2020)
  • ผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ (Wine Sommelier) ได้รับการรับรอง WSET Level 1 ประเทศฝรั่งเศส (2014)

Kenji Igawa

เกิดปี 1987 ที่จังหวัดฮอกไกโด และสำเร็จการศึกษาจากสถาบันวิจัยไม้ผลและวิทยาศาสตร์ชาแห่งองค์การวิจัยอาหารและการเกษตรแห่งชาติ ญี่ปุ่น เป็นผู้มีใจรักในชาเขียวญี่ปุ่นอย่างมุ่งมั่น และเป็นกรรมการของ Japanese Tea Instructors Association สาขาจังหวัดชิซูโอกะ ด้วยความหลงใหลในจังหวัดชิซูโอกะ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ผลิตชาที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น เขาได้เพิ่มพูนความรู้และความเชี่ยวชาญที่สถาบันวิจัยชาระดับประเทศ ด้วยประสบการณ์อันกว้างขวางในด้านการค้าปลีกชา การค้าชาเฉพาะทาง และการผลิตชา ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งหัวหน้าด้านการเพาะปลูก ผลิต และแปรรูปชาที่บริษัท TeaRoom Inc. ความทุ่มเทและความมุ่งมั่นอันไม่ท้อถอยของเขาในการพัฒนาวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมชาเขียวญี่ปุ่น ทำให้เขากลายเป็นผู้ทรงคุณค่าที่จะถ่ายทอดความรู้ให้แก่นักเรียนทุกคน
ประสบการณ์และเส้นทางการทํางาน:
  • Certified Japanese Tea Instructor (2014)
  • Joined the NARO Fruit Tree and Tea Research Institute
  • Joined THE CRAFT FARM Inc. (subsidiary of TeaRoom Inc.; 2023)
  • Board member of the Shizuoka Prefecture branch of the Japanese Tea Instructors Association (2023)

Ryo Iwamoto

อิวาโมโตะ เรียว เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านชาและเป็นรองศาสตราจารย์ด้านชาญี่ปุ่นที่อายุน้อยที่สุดในสมาคมชาของอุระเซ็นเคะ ประเทศญี่ปุ่น เขาสำเร็จการศึกษาด้านรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวาเซดะ ด้วยความมุ่งมั่นในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมชา อิวาโมโตะจึงก่อตั้งบริษัท TeaRoom Inc. เมื่ออายุ 21 ปี เพื่อรับมือกับการผลิตที่ยั่งยืน นอกจากนี้ เขายังก่อตั้ง THE CRAFT FARM Inc. บริษัทชาที่จังหวัดชิซุโอกะ ซึ่งเชี่ยวชาญในการผลิตชาที่ครบวงจร อิวาโมโตะได้รับการยอมรับในผลงานนวัตกรรมของเขา โดยติดอันดับ Forbes JAPAN 30 Under 30 และ Forbes Asia 30 Under 30 อีกทั้งยังเป็นสมาชิกของ Global Shapers จากเวที Davos Forum และดำรงตำแหน่งกรรมการของบริษัท Nakagawa Masashichi Shoten Co., Ltd. อีกด้วย อิวาโมโตะผสานศาสตร์และศิลป์ในการสอน โดยมีเป้าหมายที่จะปฏิรูปอุตสาหกรรมชาของญี่ปุ่นในขณะที่ยังคงรักษาประเพณีของมันไว้ต่อไป
ประสบการณ์และเส้นทางการทํางาน:
  • ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ TeaRoom Inc. (2018)
  • ได้ดำรงชื่อว่า “อิวาโมโตะ โซเรียว” จากอุระเซนเคะ (2020)
  • ได้รับเลือกเป็น Global Shaper โดยWorld Economic Forum (Davos; 2022)
  • ดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ที่อุระเซ็นเคะ (2022)
  • กรรมการภายนอกของบริษัท Nakagawa Masashichi Shoten Co., Ltd. (2023)

เชฟ Massimiliano Scotti

เป็นเชฟทำเจลาโต้ชาวอิตาลีที่ได้รับรางวัล “Best Gelato Maker in Europe” ที่ Gelato Festival ตั้งแต่ปี 2017 และอันดับที่ 4 ของโลกในปี 2024 ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดในธุรกิจสิ่งพิมพ์ แต่สำหรับ Massimiliano Scotti แล้วนั้นไม่มีคำว่าสายเกินไป เขาเลือกที่จะไล่ตามความฝัน ตอนอายุ 40 ปี ด้วยการเปิดร้านเจลาโต้ของตัวเองชื่อ Vero Latte ที่เมือง Vigevano ประเทศอิตาลี โดยที่เชฟ Massimiliano Scotti มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์รสชาติของไอศกรีมของเขาด้วยการผสมผสานระหว่างหวานและเค็มให้เข้ากันได้อย่างลงตัว โดยใช้วัตถุดิบและรสชาติท้องถิ่นมาเป็นส่วนประกอบ เชฟเชื่อว่าไอศกรีมกูร์เมต์ที่ดีที่สุดไม่ได้มุ่งเน้นแค่การสร้างรสชาติที่ว้าวที่สุด แต่เป็นการยกระดับรสชาติดั้งเดิมทั่ว ๆ ไปด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศ คุณภาพดี และมักมีมากสุดเพียง 3 ส่วนผสมในไอศกรีมหนึ่งรสชาติ ผลงานของเขามักถูกมองว่าสร้างสรรค์และแหวกแนว เช่น ไอศกรีมเนยรสสปาเก็ตตี้ หรือการจับคู่ที่ไม่เหมือนใครระหว่างปลากับสปาเก็ตตี้ไอศกรีม กระเทียม น้ำมัน พริก และเฟนเนลป่า สิ่งนี้ทำให้เขากลายเป็นบุคคลสำคัญผู้หนึ่งเลยทีเดียวในวงการเจลาโต้ระดับนานาชาติ จนได้ปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์ของอิตาลีมากมายหลายช่อง เพื่อแสดงฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ของเขา และในครั้งนี้ เชฟได้จับมือกับสถานเอกอัครราชทูตอิตาลี เพื่อมาเยือน The Food School Bangkok และนำความรู้และความชำนาญเกี่ยวกับศิลปะการทำไอศกรีมแสนอร่อยที่เขาได้สั่งสมมานานหลายปี มาถ่ายทอดให้กับนักเรียนทุกท่านที่สนใจในขนมหวานเย็นสุดไอคอนิกอย่างเจลาโต้สไตล์อิตาเลียน
ประสบการณ์และเส้นทางการทํางาน:
  • ผู้จัดการฝ่ายการตลาดในธุรกิจสิ่งพิมพ์จนถึงปี 2015
  • เจ้าของและหัวหน้าเชฟของร้านเจลาโต้ Vero Latte ที่เมือง Vigevano ประเทศอิตาลี
  • ได้รับรางวัล “Best Gelato Maker in Europe” ที่ Gelato Festival ตั้งแต่ปี 2017
  • ผู้ชนะรางวัล Tre Coni จาก Gambero Rosso ในปี 2017/2018
  • ผู้ชนะรางวัล Food Travel Award ในปี 2018-2020

เชฟ Mirko Galloni

เชฟผู้มีชื่อเสียงในด้านการทำขนมปัง โดยมีประสบการณ์กว่า 10 ปีที่ประเทศอิตาลี เริ่มต้นเส้นทางการทำอาหารตั้งแต่อายุ 16 ปี โดยทำงานในโรงแรมและร้านอาหารต่าง ๆ เพื่อพัฒนาทักษะของเขา เชฟ Galloni ได้รับแรงบันดาลใจอย่างลึกซึ้งจากครอบครัวและวัฒนธรรมอาหารอันหลากหลายและมีชีวิตชีวาของกรุงโรม อีกทั้งยังได้ฝึกฝนทักษะของเขาในหลาย ๆ ร้านอาหารที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมือง ทักษะของเขาได้ถูกยกระดับให้สูงขึ้นไปอีกที่ Casa Maria Luigia ร้านอาหารชื่อดังของมาสซิโม บอตทูร่า ในเมืองโมเดนา และได้เข้าร่วมครอบครัวของฟรานเชสคานาในที่สุด และหลังจากใช้เวลาเจ็ดปีอย่างมีคุณค่าที่เมืองโมเดนา เชฟ Galloni ได้นำความเชี่ยวชาญของเขามายังกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางสำรวจโลกการทำอาหารในเอเชียต่อไป และในครั้งนี้ เชฟ Mirko Galloni แวะมาที่ The Food School Bangkok เพื่อถ่ายทอดทักษะที่สั่งสมมาตลอดหลายปี ให้กับนักเรียนทุกท่านที่อยากจะเรียนรู้ถึงศาสตร์และศิลป์ของการทำขนมปังอย่างแท้จริง
ประสบการณ์และเส้นทางการทํางาน:
  • สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนการจัดการโรงแรมเมื่ออายุ 18 ปี
  • ทำงานในโรงแรมและร้านอาหารมิชลินในท้องถิ่น
  • เชฟผู้ช่วยที่ Casa Maria Luigia เมืองโมเดนา
  • เชฟผู้ช่วยที่ Mauro Colagreco กรุงเทพฯ